Supasorn's profileSupasorn's spacePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
February 06 เรื่องไปทั่วๆ กับ เรื่องทั่วๆไปตอนนี้มหาลัยก็สมัครเสร็จแล้ว เกรด midyear ก็เสร็จหมดแล้ว สอบ toefl,sat ก็จบแล้ว เฮ้อ เหลือแค่เรียนในโรงเรียน คะแนน final ก็ไม่ต้องใช้มาก ดูไปงั้นๆ ขอให้เกิน 85 ก็พอแล้ว
ตอนนี้เริ่มขี้เกียจ ตอนนี้ study hall (สำหรับคนไม่รู้ study hall คือเวลาที่ให้ทำงาน ทำการบ้านตั้งแต่ ทุ่มครึ่งถึงสามทุ่มครึ่ง ของเด็กที่อยู่หอที่โรงเรียน) แต่ว่าเรามานั่งเล่นเน็ต ขึ้เกียจทำการบ้านเข้ากระดูกดำ เอ้ะ เริ่มใช้ภาษาไทยมั่ว ต้องเป็นเกลียดดิ
เมื่อวานวันอาทิตย์ก็ไม่ได้ทำการบ้านจนกว่าจะ 5 ทุ่มเลย ทำไปทำมา ตี 2 ยังไม่เสร็จเลย ฮ่าๆ แต่ว่าก็ยังทำจนเสร็จอะนะ ด้วยความรับผิดชอบของ ศุภศรณ์ ฮ่าๆๆ
เกรด midyear ออกมาแล้วหละ ก็พอดูได้ทีเดียว วันนี้ก็สอบ Document based question ของ U.S. History ไป สนุกจังเลย(ironically) เขียน essay เกี่ยวกับ primary source เราเตรียมตัวไอคืนนั้นแหละ ที่นี้โรคจิตมั่กๆ เปิดภาคปลายมา 3 วัน วันที่ 4 สอบสองวิชาเลย ทำไมถึงได้บ้าขนาดนี้
เราย้ายจาก mixed chorus -> male chamber choir แล้ว ย้ายจากคอรัสไปเป็นควายแล้ว ร้องยากขึ้นเยอะเลย แต่ก็ ok มีความสุขดี
เรียน Flute ก็สนุกดีนะ คนสอนมาจาก Cape cod Symphony ดีกรีสูงและเป็นคอนดักเตอร์ด้วย อื้มๆ.. ค่าเรียนแพงอยู่ แต่เขาก็เล่นเก่งสอนเก่ง
โอ้ยไม่รู้จะเขียนอะไรแล้ว ตอนนี้อยากหาอะไรทำมากๆที่ไม่ใช่ทำการบ้าน
เม้า dormate ดีกว่า
คนแรก นิคิล มาจากอินเดีย ตอนแรกก็ดูดีอยู่ ตอนหลังๆเริ่มโกหก และมักเอาของจากห้องโดยไม่ขออนุญาติ เอากาต้มน้ำไป เอาชามไป แล้วกินเสร็จก็ทิ้งแปะอยู่ในห้องน้ำ บอกให้ล้าง มันก็บอกว่าเดี๋ยวล้าง แล้วมันก็บอกว่าเดี๋ยวล้าง แล้วมันก็บอกว่าเดี๋ยวล้าง .... ครั้งก่อน เอาการบ้านไปลอกแล้วในคลาสมันก็ไม่ไป แล้วการบ้านก็อยู่ที่มัน ครั้งนั้นก็เลยไม่ได้ส่งเลย บังคับให้มันส่งให้ มันก็ไม่ส่ง กลัวโดนไล่ออกจากโรงเรียน แต่ดีอย่างที่คนนี้ไม่ขโมยของกินโดยพละการ
คนต่อไปแร๊บ เป็นคนดำ คนนี้เป็นรูมเมทกับคนแรก นิสัยคล้ายๆกัน แต่คนนี้จะมาใช้ยาสระผม สบู่ ยาสีฟัน แบบไม่ขอ เอ่อ แล้วก็ชามกับกาต้มน้ำด้วย ผลัดกันไม่ล้างจานกับรูมเมทมัน แล้วก็ทั้งคู่ติดตังเราไว้ ไอนี้ก็บอกว่าถ้านิคิลไม่จ่าย มันก็จะไม่จ่าย โอ้โห ดูมัน ไม่คิดดอกก็บุญแค่ไหนแล้ว มันยังจะมายิงมุกใส่ พอยืมจักรยานไปก็จอดแบบทิ้งไว้บนพื้น ทำด้ามจับเละหมด ตอนเช้าก็เปิดประตูเข้ามาหยิบของ ทำให้ตื่นอีก เฮ้อๆ..
เปลี่ยนเรื่องดีกว่า....
มาคุยเรื่อง dorm parent ดีกว่า Mr.Downes
เป็นคน nice มาก ตอนทำงานดึหรือข้างบนหนวกหูก็จะลงไปทำงานในห้องครัวเค้า (มีโซฟาอยู่) แล้วเขาก็จะเอาน้ำส้มมาให้ แล้วก็จะทำอาหารมาให้ หรือไม่ก็เค้ก ช๊อกโกเลต ตอนนี้หน้าหนาว เขาก็ยกฮีตเตอร์ตัวเล็กๆมาตั้งไว้ให้ อยากไปไหนเขาก็จะขับรถพาไปส่งให้ วันไหนดูพยากรอาการแล้วฝนจะตก เขาก็จะยกจักรยานไปเก็บไว้ในบ้านเขาให้ ไม่ให้มันขึ้นสนิม ดีสุดๆ
ดู google earth เห็น walmart อยู่ห่างจากโรงเรียน 15 km คำนวณแล้วถ้าปั่นจักรยานจะใช้เวลาประมาณ ชม แต่พอไปดูถนน เลนข้างๆมันเล็กไปหน่อยนึง คงไปยากเกินอันตราย เดี๋ยวรถขับมาชนเรา ไม่อยากเสียค่าซ่อมให้มัน
อ่าน Huckleberry Finn หนังสืออ่านนอกเวลา เกี่ยวกับการผจญภัยของเด็ก 13 ขวบกับ slave มันเป็น Improper English ผิด grammar เต็มไปหมด มันทำให้เหมือนว่าเป็นภาษาที่เด็กไม่ได้เรียนหนังสือเขียน แล้วก็ตอนที่ slave พูดแล้วยิ่งเน่าไปหมด มันจะใช้คำเป็นภาษาพูด
Well, one night I creeps to de do', pooty late, en de do' warn't quite shet, en I hear ole missus tell de widder she gwyne to sell me down to Orleans...
คือ
Well, one night I crept to the door, pretty late, and the door wasn't quite shut, and I heard old mistress tell the widow she (was) going to sell me down to Orleans.
เหอๆ โคตรอ่านยากเลย ไอนี้แหละ เดี๋ยวต้องไปอ่านต่อ (การบ้าน พรุ่งนี้มี quiz)
ตอนนี้อยากเขียนโปรแกรมแล้ว..
Senior AuctionSenior = เด็ก grade 12
Auction = การประมูล
โรงเรียนเรามีงาน Senior Auction วันที่ 6 กพ 07 ที่ผ่านมาแล้วนี้แหละ เป็นงานขายตัวของเด็กม.6
เราปั่นจักรยานจากดอร์มไปที่ตึกเรียน (วันนั้นก็หนาวใช้ได้) เข้าไปในห้องประชุม Lyndon south งานก็ประมาณว่าเอา Senior มาแล้วก็ให้เด็กทุกชั้น ใครก็ได้ประมูล ขึ้นทีละ $5 ใครประมูลได้ก็ได้ตัวไป ไอคนที่ถูกประมูลก็เสียตัวไป ฮ่าๆ สะจาย ไม่ใช่ละ คือจริงๆได้ไปเต้นด้วยกันในงานไหนไม่รู้ซักวัน แค่นั้นแหละ
คนที่ถูกประมูลส่วนใหญ่จะมากันเป็นคู่หรือ3คน คนประมูลบางทีก็เป็นกลุ่มคนเลย เพราะจะได้จ่ายได้เยอะๆ
ผู้หญิงที่ไปเป็นคนให้ประมูลส่วนใหญ่ก็มีนอกัน เป็นวิธีการเรียกตัง ผู้ชายพอเริ่มไม่มีคนขึ้นให้ ก็ถอดเสื้อ แต่ส่วนใหญ่ก็ถอดฟรี
คู่สุดท้าย เน้นทีหลังดังกว่า ปาเข้าไป $470 โคตรบ้าเลย เงินไทยเป็นหมื่นเลยนะ! October 29 เลือกที่ไหนดีสมมติว่าคุณเกิดเป็นหวัด
โรงพยาบาลในโลกนี่มีสองแห่ง คือ โรงพยาบาล จุลา และ สีทันยา (เพื่อไม่ให้พาดพิง(และเพื่อความหนุกหนาน))
จากรายงานโดยสถิติแล้ว อัตราการตายของคนไข้โรคหวัด เป็นดังนี้
โรงพยาบาลจุลา : ตาย 57.613 %
โรงพยาบาลสีทันยา : ตาย 53.942%
... ดูแล้วควรจะไปโรงพยาบาลสีทันยาเพื่อรักษาโรคหวัด เพราะ อัตราการตายน้อยกว่า
และเราก็ไปเปิดดูรายงานทางสถิติต่อ และรู้เพิ่มว่า ไวรัสหวัดในโลกนี่มีสองประเภท คือ A และ B
สิถิติ โรงพยาบาลจุลา
คนตายทั้งหวัด 140 คน จาก 243 คน = 57.613%
คนตายจากไวรัส A 20 จาก 40 คน = 50%
คนตายจากไวรัส B 120 จาก 203 = 59.11%
สิถิติ โรงพยาบาลสีทันยา
คนตายทั้งหวัด 130 คน จาก 241 คน = 53.94% (ตายน้อยกว่า จุลา)
คนตายจากไวรัส A 110 จาก 211 คน = 52.13% (ตายเยอะกว่า!!! จุลา)
คนตายจากไวรัส B 20 จาก 30 = 66.67% (ตายเยอะกว่า!!! จุลา!!!)
จากสถิติแล้ว โรงพยาบาลจุลา รักษาไวรัสทั้ง A และ B เก่งกว่า(เปอร์เซนต์คนตายน้อยกว่า) แต่เปอร์เซนต์การตายรวมมากกว่าสีทันยา
เป็นไปได้ยังไง ???
เหตุการณ์นี่ชื่อว่า Simpson's Paradox : refers to the reversal of the direction of a comparison or an association when data from several groups are combined to form a single group
ถ้าฟังดูเฉยๆก็เหมือนเป็นไปไม่ได้ คือ โรงบาลจุลา รักษาไวรัส A ก็เก่งกว่า ไวรัส B ก็เก่งกว่า แต่อัตราการตายรวมสูงกว่า
แต่ก็เป็นไปได้เพราะเป็นแค่ตัวเลขธรรมดาบวกๆหารๆกัน ลองทดๆดู
สรุปแล้วควรไปรักษาที่โรงพยาบาลจุลา และจุฬา อย่าไปสีทันยาและศรีธัญญา นะครับ เดี๋ยวสติแตก
October 20 ทำอะไรกันก็ไม่รู้กาพย์ยานี 11
คืนก่อนนอนเขียนบล๊อก ดื่มน้ำก๊อกจากห้องส้วม
ดื่มเสร็จหน้าบวมบวม เข้าห้องส้วมไปอึกัน
อึ้เสร็จมาเขียนต่อ บ่รีรอเวลามัน
ห้าทุ่มเน็ตตัดพลัน ที่เขียนไปบรรลัยหมด
(ใช้เวลา 3 นาที ใช้สมอง 20%)
สรุปแล้วอันนี้เป็น บล๊อกเวอร์ชั่นสอง ของครั้งก่อน ที่เขียนไปแล้วลืมเซฟ ตอนนี้เลยลืมแล้วว่าจะเขียนอะไร
อ่าฮ่า Instructional Sport ทำ Sailing อยู่ ตอนนี้ได้เล่นเรือสองชนิด คือ Kayak กับ Optis(มั้ง) Kayak ก็เป็น Kayak อะ
มีไม้พายให้ แล้วก็พายๆไปเรื่อยๆ ออกไปเกาะ ในทะเลบ้าง เข้าไปในชายหาดบ้าง แล้ววันนี้ก็พายไปชายหาดไปเล่น สนามเด็กเล่นแสนสนุก คิดถึงไอหมุนๆของหน่องตอนป.6
อีกอันคือ Optis มั้ง ไม่รู้เขียนยังไง เป็นเรือใบ ลำเล็กๆสำหรับนั่งคนเดียว เวลาเล่น เอาใบไปติดตั้งกับตัวเรือ ติดหางเสือ ใส่ center board แล้วก็เข้าไปนั่งในเรือ
พอลมมาก็ปรับใบหมุนไปหมุนมาให้ได้ที่ แล้วเรือก็จะแล่นไปเอง บังคับหางเสือไปๆมาๆ ก็หนุกดี เหนื่อยน้อยกว่า Kayak ประมาณ 5 เท่า
Tabor เป็นโรงเรียนติดทะเลนะครับ เผื่อใครยังไม่รู้ เวลามองออกจากห้องอาหาร หรือ โรงอาหาร Dining hall ก็จะเห็นทะเลเลย
ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี จากยอด ตอนแรก ยอดก็จะเปลี่ยนสีก่อน แล้วค่อยไล่ลงมาทั้งต้น เพราะฉะนั้น เราก็จะเห็น ต้นไม้ 3 สี ยอดสุดใบเป็นสีแดง กลางๆต้นใบเป็นสีเหลือง ใบส่วนล่างสุดก็ยังเป็นสีเขียวอยู่ แต่สุดท้ายก็จะแดงทั้งตั้น แล้วก็ร่วงโรยไปกองบนพื้น
Class AP Statistic วันก่อน ครูตลกดี ใจดี และเป็น dorm parent พูดนอกเรื่องไปเรื่อยๆ
เรื่องวันนั้นน่าสนใจดี พูดเรื่อง U.S. Debt(อ่านว่า เดท) ตอนนี้สหรัฐอเมริกา เป็นหนี้ประมาณ $8,500,000,000,000 แปดล้านๆดอลลาร์ หรือ สามร้อยกว่าล้านล้าน บาทไทย
ฮ้อย.. เป็นหนี้น้อยจริงๆ เราไปขายก๋วยเตี๋ยววันเดียวก็ใช้หนี้หมดละ
นอกจากนี้ หนี้ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เฉลี่ย วันละประมาณห้าแสนล้านบาท
โอ้ว.. ต้องเพิ่มราคาเส้นหมี่กับลูกชิ้นนะเนี้ย
ที่มา http://brillig.com/debt_clock/ เป็นนาฬิกาแบบ realtime หนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เหอๆ มันก็คงมั่วๆหน่อย
แต่เลขจริงๆก็ประมาณ $8.500 trillion (wiki)
วันนี้ไปกินอาหารเย็น ไปร่วมวง ชมรมกินด้วยมือ Eat by hand club ถ้ามีชมรมแบบนี้ที่โรงเรียนสาธิต คงโดนแบนตั้งแต่เสนอแล้ว
มีโต๊ะพิเศษใน dining hall ให้ชมรมโดยเฉพาะ ไปกินด้วยมือ ไม่มีส้อม ช้อน มีด ไม่มีอะไรเลย ใช้มือกิน หยิบๆเข้าปาก ดูดๆนิ้ว บ้าดี คนอื่นก็นั่งกินอาหารเย็นใน dininal hall ตามปกติ
เย็นพรุ่งนี้เข้า headmaster weekend แล้ว !!
ไปก่อนละ
October 02 สlangนอกเรื่องก่อน
วันนี้วันอาทิตย์ นาฬิกาปลุกดันตั้งไว้ตอน 7 โมงลืมยกเลิก มันเลยดังปลุกตั้งแต่เช้า
ทันทีทันใด(suddenly) -- มือกดปิด
กดปิดเสร็จปัดเสื้อผ้ากระจุย
เสื้อผ้ากระจุยไปโดน shampoo และ lotion ตกตึก closet สูง 1 m
หลัง shampoo และ lotion ถูกปลิดชีวิต -- นอนต่อ
... ตื่นมา 11 โมง
หลังจากนั้นไป dining hall ร้างมากๆ คนหายไปไหนหมดไม่รู้ สงสัยไป wretham outlet mall กัน เป็น outlet ที่ขายเสื้อผ้าซะส่วนใหญ่ และก็มีอย่างอื่นด้วย แต่ไม่ได้ไป เพราะไม่อยากไป การบ้านเยอะ และไม่รู้จะซื้ออะไร ส่วนที่เหลือก็กลับบ้าน/ออกนอกโรงเรียน เพราะเป็นวันหยุด 3 วัน
ใน dorm เหลือ 2 คนเอง (จาก 6 คน)
dorm "Sail Loft" คล้ายๆบ้าน 1 หลัง มีห้อง 3 ห้องเอง ห้องละ 2 คน มีห้องน้ำห้องเดียว shower อันเดียว ส้วมอันเดียว และที่สำคัญล๊อคไม่ได้
การจราจรติดขัดในช่วงเช้า เพื่อแก้ไขการจราจรติดขัด เลยต้องใช้ facility ในห้องน้ำพร้อมกัน ในเวลาเดียวกัน
หลังจากนั้นตอนบ่าย ขี้เกียจทำการบ้าน เลยไปตี Squash ไปตีกับ Mr.Downes น้องต้นไม้ และน้องปุ๊บ ตีเก่งๆกันหมด
ตีเสร็จถึงเวลาสะสางงานอ่าน the scarlet 3 บท และมาเขียนบล๊อก
เข้าเรื่อง
วันนี้มีคำสแลงมาฝาก
sick ที่แปลว่าป่วย แต่หมายความว่า cool, awesome เช่น My blog is sick!
wicked ที่แปลว่า ชั่วร้าย โหด เลว หมายความว่า really,very หรือ cool เช่น My blog is wicked cool!
nasty ที่แปลว่าน่ารังเกียจ น่าคลื่นไส้ ก็แปลว่า cool เหมือนกัน เช่น My blog looks pretty nasty!
อันนี้ได้มาจากเพื่อนในห้อง และเพื่อนในดอร์ม ฮะ
September 30 I'm taboringวันหยุดนี้ได้หยุด 3 วัน เสาร์-อาทิตย์-จันทร์
วันจันทร์หยุด Yom Kippur (เป็น Jewish holiday of the Day of Atonement) ... มาจาก wikipedia แต่โรงเรียนอื่นไม่เห็นหยุดกันเลย
ลงทริป Boston วันจันทร์ไปด้วย
3 วันนี้โรงเรียนฉาย หลอดกาแฟของแหวน ทั้ง 3 ภาคเลย the fellowship of the ring, the two towers, the return of the king. ฉายที่ห้องประชุมโรงเรียน Lyndon south
เรียนฟิสิกส์ ตูดมาก อ.สอนกลับไปกลับมา เริ่มมั่วๆ ตอนแรกเรียนนิวตัน อยู่ดีๆ กลายเป็นเคลื่อนที่วงกลมเฉย พออีกวัน ก็กลับมาสอนแรงเสียดทาน พออีกวันก็สอนซ้ำเหมือนเมื่อวานเด้ะ แต่ไม่มีใครทัก สอนแค่บท 3 แต่สั่งการบ้านบท 4 ; ชีวิตนี้ไม่มีอะไรจะมั่วกว่านี้อีกแล้ว.... แต่อย่างน้อยก็สอบ 100 เต็มไปหนึ่งที หุหุ (เพราะมันง่ายอะนะ)
ได้ไปเล่นเปียโนที่ Hoyt (music center & อะไรซักอย่าง) คนเล่นเปียโนส่วนใหญ่เป็นเอเชีย แต่ก็นะ
ไปเจอเด็กจีนเล่น clarinet อยู่ เขาได้ยินเราเล่นเปียโนเพลง canon เลยอยากเล่นเปียโนบ้าง ก็เลยสอนเปียโนมั่วๆเขาไป ฮ่าๆ แต่ตอนนี้เขาก็พอเล่นได้แล้ว
Maggie = Soy Sauce + Salt + Pepper เป็นสูตรกินไข่ต้มที่นี่ เพิ่งคิดได้วันนี้
วิชา Calculus อ.ก็ดีนะ แต่สอบไปดันอ่านโจทย์ไม่รู้เรื่อง โดนหักคะแนนไปเลยเหลือ 95 แต่บวก extra credit ไปแล้วได้ 99 ก็ยังดีหน่อย แต่เสียคะแนนเพราะอ่านโจทย์ไม่รู้เรื่องไปหลายทีแล้ว หนังสือเรียนที่นี่จะใช้ text book เล่มหนาๆหน่อย ปกแข็ง รู้สึกเล่มที่เรียนอยู่ จะเคยเห็นที่ห้องสมุดโรงเรียนสาธิตด้วยนะ โดยเฉพาะ text book physics คิดว่ามีที่โรงเรียนเลยหละ
SI Prefix ที่คุ้นเคยกันแค่ 10^12 อันนี้มีถึง 10^24 ให้ดูเล่น
10^24 yotta (Y)
10^21 zetta (Z)
10^18 exa (E)
10^15 peta (P)
10^12 tera (T)
10^9 giga (G)
10^6 mega (M)
10^3 kilo (k)
10^2 hecto (h)
10^1 deka (da)
ส่วนความเล็ก หลัง nanotechnology และ picotechnology แล้วคืออะไร รู้กันเปล่า
10^-1 deci (d)
10^-2 centi (c)
10^-3 milli (m)
10^-6 micro (u)
10^-9 nano (n)
10^-12 pico (p)
10^-15 femto (f)
10^-18 atto (a)
10^-21 zepto (z)
10^-24 yocto (y)
ซักผ้า ต้องเอาผ้าใส่ถุง แต่ไม่มีถุง เลยเอาถุงใส่หมอนมาใส่แทน แล้วใส่จักรยานปั่นๆไปประมาณ 300m
จะมีเครื่องซักผ้ากับเครื่องอบแห้ง ราคาเท่ากัน $1 ซํกจะซัก 36 นาที อบอีก 45 นาที มันมีอยู่อย่างละ 10 เครื่องเอง เพราะฉะนั้นถ้าบางวันคนเยอะๆ ไอคนที่เอาผ้าใส่เครื่องและซักเสร็จแล้วไม่ยอมเอาผ้าออกจากถัง ก็จะมีคนที่ต่อคิวอยู่ เอาออกไปกองๆเป็นภูเขาไว้ข้างนอก
วิชา Stat กดเครื่องอย่างเดียวเลย ไอตารางพื้นที่ ใน normal distribution ที่ใช้กันในประเทศไทย เขาก็สอนให้ใช้ทีนึง แล้วเปลี่ยนไปเป็นกดเครื่องคิดเลขทันที... ดีจัง สบายดี ข้อสอบก็ไม่ถึกเหมือนข้อสอบไทย ที่ให้นั่งคิด mean และ SD เอง... เสียวผิดมากๆ แต่ที่นี้ต้องใช้ความถึกในการกดเครื่องคิดเลขแทน ตอนนี้เนื้อหาเลยที่เรียนในไทยไปแล้ว มี 2-var stat แล้ว แต่ก็ยังง่ายอยู่ การบ้านไม่เยอะมาก
อาหารส่วนใหญ่ใน dining hall ปรับรสชาติอีก 10 ปีก็ยังสู้มาม่าห่อเดียวไม่ได้ แต่ของอร่อยก็มี เช่น chicken tender, ไอติม, เค้กช้อค, เยลลี่, และของหวานทั้งหลาย
อาหารใน dining hall : พวก steak, codfish, bean, ข้าวโพด, มันทอด, พาสต้า, ลาซานย้า, สปาเกตตี้, มักกะโรนี, พิซซ่า, salad bar, ขนมปังทำ sandwish, cereal และนม, น้ำเยอะแยะหลากหลาย เช่น tea, sweet tea, rasberry, orange, apple, punch, น้ำแร่, lemonade, pink lemonade, และพวกน้ำ grape fruit จำชื่อไม่ได้อีกหลายอัน แต่ไม่มีน้ำอัดลม
(เขียนเรื่องสลับไปสลับมา เพื่อจำลองการเรียนการสอนในวิชา ฟิสิกส์)
วิชาอังกฤษ เรียน The Scarlet Letter อยู่อ่านยากพอควร เพราะต้องเรียนศัพท์ด้วย คือครู จะให้กระดาษมาแผ่นนึง จดศัพท์ 12 คำที่มีอยู่ในเรื่อง scarlet แล้วก็มีสอบศัพท์ ฝรั่งมันก็ไม่รู้ความหมายของคำ พอๆกับตอนที่เด็กไทยเรียนวรรณคดีที่มีภาษาบาลี สัน เยอะๆ
สอบ quiz ครั้งแรกไป ได้คะแนน top ใน class ด้วยอะ ได้ศัพท์ 100 quiz 90 =190/200 จะได้แบบนี้อีกเมื่อไหร่ไม่รู้นะ
วิชาประวัติศาสตร์ เรียนไม่รู้เรื่อง หุหุ พูดโน้นทีนี้ที ก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร เช่น west indies, new england ตอนแรกก็ไม่รู้ว่ามันคือชื่อของอะไร และอยู่ตรงไหน มั่วซั่วไปหมด สรุปแล้วเลยต้องอ่านเอง เรียนในห้องไม่รู้เรื่อง แต่ครูคนนี้ใจดีมาก ถ้าทั้ง class คะแนน quiz เน่า เขาก็ไม่เก็บคะแนน
จบแค่นี้ก่อน ไปทำการบ้านล่วงหน้าวิชาฟิสิกส์ ซัก 3-4 บท จะได้ไม่ต้องทำมันอีก
จะไปเที่ยว Boston เผื่อทุกคนนะ :)
ปล. มีคนบอกคะแนนน่ากลัว จริงๆแล้วข้อสอบง่ายกว่าไทยพอควรอะนะ September 14 Highschool ในอเมริกาวันนี้เล่น Squash มาเจ็บแขนเลย ไป health center (ที่ๆมันเอาตู้ยาเราไปเก็บไว้คนเดียว) กินยาแก้ปวด และถุง instant cold compress เหมือนถุงน้ำแข็ง
(พูดไปไม่เกี่ยวกับหัวข้อเล้ย..)
เรียนมาซักพักเริ่มเข้าถึงเวลาบ้าคลั่ง ...
สำหรับคนอ่านที่อยากรู้ว่า high school ที่นี่เป็นยังไง
ก่อนอื่นต้องพูดถึง prep school ก่อน prep school ย่อมาจาก college preparatory school หรือคือโรงเรียนเตรียมความพร้อมเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย ในไทยจะไม่ได้แยกโรงเรียน prep กับ non-prep แต่ที่นี่แยกเพราะสมัยก่อน เด็กที่เรียนจบมัธยมแล้วไปต่อมหาวิทยาลัยยังมีไม่มากเพราะไปทำงานต่อเลย สมัยเมกาสร้างประเทศ แต่พอมายุคหลังๆ เด็กเริ่มเข้ามหาวิทยาลัยทำให้มีคำว่าโรงเรียน prep school ขึ้น...
freshman, sophomore, junior, senior คือ ม.3,4,5,6 ตามลำดับ คำพวกนี่ใช้ในมหาลัยป.ตรีด้วยนะ :)
ใน tabor academy จะมี class ให้เลือก เขาจะให้เลือกประมาณ 5 major และอีก 1 minor ซึ่งไม่มีการบ้าน หลังจากเลือกเสร็จเขาก็จะจัดตารางสอนของแต่ละคนให้ เพราะฉะนั้นทุกระดับตั้งแต่ freshman - senior ก็อาจจะได้เรียนใน class เดียวกัน ถ้าเกิดเลือกตรงกัน วันนึงก็จะคล้ายๆไทย คือมี 7-8 คาบ(block) แต่ละคาบ 40-55 นาที และก็อาจจะมีคาบว่างเลย เพราะ block นั้นไม่ได้ลงเรียนอะไร ถ้าอยู่ ม.6 อาจจะลงน้อยกว่า 5 major ได้ ทำให้มีเวลาว่างหลายคาบ แต่เผอิญเราไม่อ่ะ
ในห้องเรียนก็จะมีนักเรียนตั้งแต่ 7-8 คน หรือมากหน่อยก็ 15 คน ห้องเรียนจะไม่ได้แบ่งเป็น ม.5 ห้อง 1 ห้อง 2 อะไรแบบนั้น แต่จะแบ่งเป็นวิชานึงห้องนึง แล้วเวลาเรียนก็เดินไปเดินมาทั่วโรงเรียน เพื่อนร่วม class ก็จะเปลี่ยนไปในแต่ละวิชา เพราะฉะนั้นที่นี่ก็เลยไม่มีเพื่อนร่วมห้อง แบบในไทย แต่จะมีเพื่อนร่วม class ที่เจอกันวันละประมาณหนึ่งครั้ง รู้สึกอันนี้จะเป็นข้อเสีย ทำให้ไม่สนิทกินขนม เหมือนเพื่อนห้องเดียวกันในไทยที่นั้งด้วยกันตั้งแต่เช้าจรดเย็น เรียนวิชาเดียวกันพร้อมๆกันเกือบ 80-90%(10% วิชาเลือกเสรี)
course ที่ลงคือ Eng3,U.S.History,CalBC,PhyAPc,APStat , Mixed Chorus
Eng3,U.S.History ไม่ต้องแปลกใจ โดนบังคับลง
Eng3 ตอนนี้มั่วมากๆเรียนไม่รู้เรื่องเลย หุหุ ให้อ่านหนังสือวันละประมาณ 10 หน้า ที่สำคัญหนังสือมันคือ the american tradition in literature ซึ่งใช้ศัพท์อังกฤษโบร้าณโบราณ เช่น "Sayest thou so?", "But no,no; 't would..." อันหลังเหมือนพิมพ์ผิดเลยมะ แต่พิมพ์ตามหนังสือ ไม่รู้ (;) กับ ('t) มันโผล่มาทำไม ศัพท์ก็บรรลัยนัก เวลาเรียนภาษาไทยไม่เห็นต้องมาเปิดพจนานุกรมแปลไทยเป็นไทยเลย แต่ที่นี่คนเมกันมันก็ยังไม่รู้ศัพท์เลย หัวข้อ essay ก็ philosophy
U.S. History ยังดีกว่า Eng3 ถึงแม้มันจะน่าเบื่อ และรู้ไปก็ไม่ค่อยจะได้ใช้เท่าไหร่ หนังสือที่ต้องอ่านก็เยอะพอๆกับ eng แต่อ่านง่ายกว่า แต่ชื่อเมืองและชื่อคน มันรู้สึกไม่คุ้นแล้วก็จะจำไม่ได้.. เหมือนจำชื่อเพื่อนต่างชาตินั้นเอง แต่ครูสอนรู้สึกจะดีนะ คนนี้
CalBC ค่อยยังชั่ว ไม่ต้องใช้ศัพท์ลึกซึ้งมาก อ่านสมการเอา ใช้แค่ thus,therfore,then ฮ่าๆ สบาย
PhyAPc ก็ยิ่งสบายเข้าไปใหญ่ อ.สอนค่อนข้างไม่เร็ว(ภาษาไทยเริ่มวิบัติ) vector ก็กดเครื่องเอาอย่างเดียว สอบก็กดเครื่อง มีแต่สอบ proof เท่านั้น ที่เครื่องคิดเลขแก้ไม่ได้
APStat ไม่ได้อยากจะเข้าเล้ยๆๆ ไอสถิติเนี้ย แต่ไม่มีวิชาจะลง ตอนแรกจะลง Astronomy, Human genetic, Human Anatomy แต่กลัวว่าต้องมานั่งท่องศัพท์อีก เลยหันไปลงเลขแทน เลขก็ไม่รู้จะลงอะไร ก็เหลือ Stat เนี้ยแหละ (จริงๆตอนนี้เราต้องอยู่ the hill) เก็บสวะ Computer Science AP ไปแล้ว แต่ที่นี่ดันไม่มี class com เลย!! เรียนครั้งแรก เข้าไปนั่งกดเครื่องคิดเลขอย่างเดียว เฮ้อๆ อะไรก็ไม่รู้
Mixed Chorus อันนี้ก็ไม่ได้ลงเลย มีคนลงให้ก็เลยลองไปเรียนๆดู มีคนบอกว่าง่ายก็เลยไม่ได้เปลี่ยน อ้าปากอ้าปากไปก็ได้ 90 กว่า
เดิมเรียน Music Major ด้วย แต่เนื่องจากเปลี่ยน course มันเลยเด้งหายไป ... กำลังจะได้เรียน Music Theory แล้วเชียว
Roommate มันเดินเข้ามาแล้ว เมื่อวานมันไป surf มา โม้ใหญ่เลย ว่าเจอคลื่นใหญ่มากๆแบบไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต มีเรื่องมาเม้ามันต่อ นอกจากมันจะเปิดเพลงกินไฟชาติอเมริกันแล้ว ตอนนี้มีกระเป๋ากี่ใบก็ไม่รู้ เท่าที่นับได้มีประมาณ 5 แต่เรามีแค่ใบเรียนใบเดียวเอง และที่ไม่เข้าใจ คือ skateboard,guitar,surfboard ทำไมต้องมีอย่างละสองอัน เออ ที่สำคัญเพิ่งเห็น หมอนก็มีสองใบ ห้องก็ยิ่งเล็กๆอยู่ จะเอาของมาทำไมเยอะแยะ
อ๋อ ตรัสรู้แล้ว มันเตรียมตัวสำหรับมีแฟนสองคนนี่เอง
เวลาอ่าน SAT ไม่ค่อยมีเลยตอนนี้ คงต้องรอให้ทำงาน eng และ ush เร็วกว่านี้ คงจะมีเวลาว่าง
เราไปซื้อจักรยานที่ Wal*mart มาแล้ว เป็นจักรยานภูเขา 26" นิ้วที่ถูกที่สุดในร้านแล้ว $53 มีเกียร์สองล้อ ตอนนี้ยังขับได้ ไม่เจ๊ง แต่ไม่รู้จะทนขนาดไหน เพราะมันถูกมาก แต่ถูกสู้เปิดท้ายขายของเก่าไม่ได้ และถ้าขับตอนเย็นช่วงนี้ มือจะแข็งและชา
วันก่อนขับออกไปไกลๆด้านขวาของโรงเรียน ไปชายหาด ที่มีทรายอยู่กะตึ๋งนึง ออกไปดูทะเล กลับมาน้ำมูกไหลเลย ถ้าว่างจะเอาภาพมาให้ดู
ปล. ... น่าจะสร้างภาษา simplified english ขึ้นมาเองนะเนี้ย เช่นทำไมต้องมีกริยา เอกพจน์ พหูพจน์ ในเมื่อกริยาในอดีตยังไม่มีเลย เช่น I do, She does ทำไมไม่มี I did, She dids มีเพื่ออะไรก็ไม่รู้ ไม่เห็นเป็นประโยชน์เลย September 07 วันแรกที่วุ่นวายใน Tabor Academyนั่งรถจาก Brewster Academy มา Tabor Academy มี steve คนอเมริกาเชื้อชาติญี่ปุ่นสอน culture class ขับมาส่ง ใช้เวลาประมาณ 3 ชมกว่า
ระหว่างทางแวะ wal*mart ซื้อ โคมไฟตั้งโต๊ะ หลอดไฟ หมอน ผ้าปูเตียง ผ้านวม และแวะกิน macdonald กิน bagel ซึ่งคือขนมปังแข็งมากๆเป็นรูปโดนัท เอามาทำเป็น burger
แผนที่ที่ใช้ มาจากเว็บ mapquest.com เป็นเว็บที่ดีมากๆ ใส่จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดไป มันจะหาทาง บอกมาเป็น stepๆ ว่าขับรถบนถนนสายอะไร ออก exit ที่เท่าไหร่ ระยะทางกี่ไมล์บนถนนเส้นนั้น ต้องเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาเมื่อไหร่ และเวลาโดยรวมว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะถึง บอกละเอียดมากๆ (ในอเมริกานะ) ถ้าใครมาเที่ยวแล้วมีรถ พึ่งเว็บนี่ได้จริงๆ สามารถใส่ los angeles -> new york ที่อยู่คนละฝั่งประเทศได้ มันจะบอกทางให้ และมีแผนที่พร้อมเส้นทางออกมา
หลังจากถึง วันนั้นเป็นวันที่ท้องฟ้าไม่ค่อยโปร่งเท่าไหร่ ตั้งแต่มาก็ได้ไป mall trip ครั้งนึง ไปซื้อไม่แขวนเสื้อ 40 ไม้ น้ำยาซักผ้า เสื้อขาว pringle ยักษ์ 2 อัน ช้อคโกเลต สายแลน ส่วนคนอื่นก็ซื้อ printer ตู้บ้าตู้บอ อะไรไม่รู้เยอะแยะ
มีทดสอบว่ายน้ำในทะเล ลงน้ำไป ว่ายไม่ถึง 25 m ให้ลอยตัวซักพัก แล้วว่ายกลับ ไม่มีไรเลย แต่น้ำเย็นมั่กๆ ว่ายแล้วกล้ามเนื้อจะแข็งๆ ออกแรงไม่ได้ และถ้าอยู่นานๆก็จะ got cramp (เป็นตะคริว) หลังจากทดสอบแล้วซักพักก็จะปวดหูมากๆ เพราะว่ายในน้ำเย็นจัด
อาหารเย็นในช่วง international orientation บางทีมี pizza อร่อยดี แต่ยังสู้ pizza hut/company ที่บ้านเราไม่ได้เลย , chicken tender อร่อยดี
ใน dinner hall มีไอติม,เครื่องดื่มหลายประเภท,cereal,อาหาร (ลำดับของอาหารเรียงตามความน่าสนใจ!)
dorm เล็กมากเลย ของๆ roommate ก็เยอะด้วย มีกีตาร์ 2 ตัว สเก้ตบอร์ด 1 ตัว เซิร์ฟบอร์ด 2 แผ่น ดัมเบล์ กล่องมหาสมบัติ มินิสกูตเตอร์ กลองทำเอง และอื่นๆอีกมากมาย ต้องเขียนเป็นภาษาไทยเพราะเดี๋ยวมันมาเปิดดู หุหุ
อินเตอร์เน็ตที่นี่ประมาณ 5Mbps ได้ แต่โดยเฉลี่ยแล้วไม่ถึง จะอยู่แค่ 1 Mpbs กว่าๆ ช้ากว่า brewster หลายอยู่ แต่ก็เร็วกว่าที่บ้าน
roommate เป็นคนเมกัน ตัวสูงเกินเหตุ นิสัย ok เคยเอากีตาร์เขามาเล่น แล้วก็เอา skateboard มาเล่น แล้วก็ล้มไปแล้ว ชอบเปิดเพลงในคอมทิ้งไว้ แล้วก็ออกไปดูทีวีนอกห้อง หรือไม่ก็เปิดเพลงแล้วก็เล่นกีต้าร์คนละเพลง แข่งกับเพลงที่เปิด หรือไม่ก็เปิดเพลงทิ้งไว้ แล้วไปเล่นกีต้าร์ห้องคนอื่น ....
ไผ่ เป็นเพื่อนที่มาด้วย ตอนนี้กำลังทำใจอยู่เพราะจากเพื่อนสุดที่รักมา สามารถร้องไห้ได้ภายในเวลาไม่ถึงนาทีถ้าได้ยินเสียง chrsitine brown หรือ p'nammon และเพื่อนๆ
เรื่อง academic ไว้พูดคราวต่อไป
September 02 Visiting College MIT vs HARVARDวันเที่ยวมหาวิทยาลัย วันที่ 5 ของการอยู่ brewster academy
เพิ่งรู้ว่า academic กับ academy อ่าน academ- ไม่เหมือนกัน
academic อ่านว่า เอ็ก-เค็ด-เด็ม
academy อ่านว่า เอก-เค้ด-เดม
เหอๆ อ่านไม่รู้เรื่องละซิ จริงๆแล้วคือแค่ stress คนละที่กัน
นั่งรถจาก brewster มา 2 ชมกว่าจะถึง Boston
ถึงมหาลัย top ของโลก อันดับสลับไปมาระหว่าง 1 2 3
เยี่ยมชม harvard ก็ไปฟังเขาพูดๆ ใน harvard จะสอน liberal arts สำหรับปีหนึ่ง ซึ่งเป็นเนื้อหาวิชารวมๆ รวมทุกอย่าง แล้วในปีสองค่อยแยก ส่วน dorm เขาจะเลือกให้แต่จะถามลักษณะว่าเราชอบจะอยู่แบบไหน dining hall ก็จะเยอะแยะมากมายเต็มมหาลัย มีสวนค่อนข้างเยอะ
บางคนบอกว่าไม่เข้า harvard เพราะ อาคารเรียนทำด้วยอิฐสีแดงที่มีมากมายในเมือง... น่าเบื่อ..เลยไม่เข้า
มีรูปปั้น John Harvard แต่ไม่ใช่ John Harvard แต่เป็นนักเรียนที่มี john-harvard-like คือนักเรียนที่ดูแล้วโอ้ว เหมือน J.H. ก็เลยให้ไอนักเรียนคนนั้นนั่งเป็นแบบให้ ไม่รู้ทำไม ช่างติงต๊อง
มีหลุมฝังศพ คนที่สำคัญอะไรซักอย่างแถวๆข้างๆมหาลัย
กินกลางวัน ที่สวนใน harvard ที่เพ็คมาจากอาหารเช้าที่ brewster มีเซนด์วิช และ เบอร์เกอร์ ไส้ข้างในเหมือนกันแต่ใช้ขนมปังคนละอันกัน .. หยะ
หลังกินเสร็จ ก็แวะไป MIT มหาลัย Made In Thailand อันดับหนึ่งของโลกด้าน technology
มหาลัยสำหรับ nerdy people
เดินเข้าไปในห้องเล็คเชอร์เล็กๆ มีพี่ที่อยู่ mit มาพูดๆให้ฟัง และ Matt MacGann มาอธิบายเกี่ยวกับ mit ให้ฟัง
ความ nerdy ของคนใน mit :
Usman Akeju : นี่คือสถานที่ที่เต็มไปด้วย extraordinary people ที่คุณจะไม่เคยเจอที่ใดในโลก ตัวอย่างเช่น roommate ของฉันรู้ค่า Pi ถึง พันตำแหน่ง และหลงใหลละครอย่างมาก เพื่อนที่ lab ก็เป็นนัก jazz piano และนักเล่นหมากรุก Professor ที่ได้รับรางวัลโนเบลชอบมุขแป๊กๆ และชอบใช้ช้อคที่ส้มแบบ salmon นอกจากนี้ advisor ยังมีผมสีน้ำเงินอีกด้วย !
From MIT board
- เคยมีรถขึ้นไปติดอยู่ที่ dome ของ mit มันเขียนบอกว่า ไม่มีใครเห็นว่ามันอยู่บนนั้นได้ยังไง
- assignment ให้นักเรียนเอากระดาษที่ได้มา พับจรวด และปาไปหน้าชั้นโดยที่อาจารย์ไม่รู้ตัว
- มีคนทำ dome เป็นหน้าการ์ตูน .. ไรก็ไม่รู้
- มีอีกเยอะแยะ แต่จำไม่ได้
มีอาคารรูปทรงแปลกตา มี facility ค่อนข้างหรู
กินข้าวเย็นที่ mit สั่งอาหารไทยมากิน (กระเพาหมู ไข่ดาว) อร่อยกว่าอาหารที่นี่แล้วกัน
จบเรื่องที่ brewster academy
August 27 เดินรอบโรงเรียนวันนี้วันอาทิตย์ เวลาประมาณบ่ายสอง เพื่อนคนอื่นๆไปสอบ TOEFL ITP หมด เป็นการสอบของสถาบันหนึ่งๆ ไม่ใช่ TOEFL ที่ใช้สมัครเข้ามหาลัยได้ สอบเพื่อวัดดูเฉยๆว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้าง เราไม่ได้สอบเพราะเพิ่งมาและตอนที่สอบครั้งที่แล้วกับตอนนี้ไม่ได้มีความรู้เพิ่มขึ้นเลย ฮ่าๆ ชีวิตก่อนหน้านี้มีแต่เขียนโปรแกรม ไม่ได้ทำอะไรเลย
วันนี้นุ๋ย(หนุย) เขียนยังไงอะ.. พาไปเดินรอบโรงเรียน แนะนำตึก วิธีการเรียน และอีกมากมาย โรงเรียนจะออกแนวคล้ายๆรีสอร์ทในเขาที่เชียงใหม่อะไรประมาณนั้น ห้องเรียนเป็นบ้านแยกหลังไป มีอาคารเรียนอันเดียว และโรงเรียนไม่มีรั่วกั้น เพราะฉะนั้นเดินๆไปเรื่อยๆก็จะออกจากโรงเรียน โดยที่แยกไม่ออกว่าตอนนี้ ยังใช่โรงเรียนรึเปล่า เพราะข้างนอกก็มีบ้านเป็นหลังๆ ไม่ต่างจากในโรงเรียนเลย เหมือนโรงเรียนเตรียมกับปทุมวันเลย ..
ถ้าเดินออกจากโรงเรียนไปทางซ้าย อีกนิดนึงก็จะเป็น downtown มีซุปเปอร์ขนาดกลางๆเล็กๆ 2 ร้าน ร้านไอติม และอาหารอีกนิดหน่อยเอง ส่วนด้านอื่นของโรงเรียนก็มีป่า และ ทะเลสาบ ....
ตอนนี้ยังฝนตกอยู่ อากาศเย็นพอควร คงประมาณ 19+-5 องศาเซล !.!
มีรูปในหอพักมาให้ดูด้วย ...... August 26 อยู่ใต้ประเทศไทยแล้วกว่าจะมาถึง... ได้เวลาเปลี่ยนบล๊อกเป็นไดอารี่
ที่ดอนเมืองมีของขวัญอะไรเต็มไปหมดเลย บอกว่าเอาอันเล็กๆ นั่นเล็กมากเลย... ขอบคุณทุกคนที่ไปส่ง (และเพิ่มภาระ) ขอบคุณน้า
เราขึ้นเครื่องบินสายการบินไทย TG794 AIRBUS340(มั้ง) เป็นเครื่องรุ่นใหม่ มีโหมด Interactive ให้ มีเกมให้เล่นด้วย แต่ว่าก่อนออกต้องรอผู้โดยสารคนอื่น ทำให้ออกช้าไป 50 นาที นั่งอยู่บนเครื่องประมาณ 17 ชมได้มั้ง เมื่อยมากๆ นอนก็ไม่หลับ เลยต้องเล่นเกม พอเวลาเครื่องถึง ก็ดีเลย์ไป ชมนึงได้ ต้องไปนั่งรอเอากระเป๋าออกจากสายพานอีกเป็นเวลานานมาก เฮือกๆ พอได้กระเป๋าก็เหลืออีกประมาณ 15 นาที gate เปิดให้ boarding ได้ flight ต่อไป คือจาก LAX->PHL ก็เนื่องจาก BKK->LAX เป็น international แต่ LAX->PHL เป็น domestic มันก็เลยอยู่คนละ terminal ทีนี้กระเป๋ามัน check through แต่ดันไม่ต่างจากไม่ through เลยแม้แต่น้อย ต้องแบกกระเป๋าใบใหญ่ 2 ใบ carry on ข้างในเป็นของขวัญ โคตร รด อีกหนึ่งใบ วิ่งจาก international terminal ไป terminal 7 ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 2 รอบสนามจุ๊บ (800m) อันนี้เปิด google earth ดูเลยนะๆ คิดเอาละกัน พอๆกับโผเลย ต้องวื่งๆ เพราะเดี๋ยวจะไม่ทัน พอไปถึง terminal 7 ก็แทบตายเลย...แต่....ไม่ทัน เลยต้องไป rebook ใหม่จาก LAX->PHL->MHT เป็น LAX->IAD->MHT ตัวย่อ 3 ตัวนี้คือตัวย่อมาตรฐานของสนามบิน เอ่อ ลืมบอกเลย BKK คือดอนเมือง LAX คือ los angeles PHL คือ philadephia IAD คือ washington dulles MHT คือ manchester ที่ newhampshire นะ ไม่ใช่ที่อังกฤษ เส้นทางใหม่ถึงเร็วกว่าเดิมด้วย เพราะช่วงระหว่าง flight สั้นกว่าเดิม ดีเลยๆ ไม่ต้องโทรไปบอกคนมารับ
เมื่อถึงสนามบิน IAD, Washinton Dulles ก็เหลือเวลาอีก ชมกว่า ก่อน gate เปิด ตอนนั้นก็มึนๆงงๆแล้ว ง่วง เพราะไม่ค่อยได้หลับเท่าไหร่ (ตอนที่เขียนอยู่นี่ก็ความรู้สึกเดียวกันเหอๆ อาจจะเขียนอะไรอ่านไม่รู้เรื่องไปนะ) ระหว่างอยู่ก็ไปซื้อแซนด์วิชมากิน 3.68 เหรียญ ไม่ถูกไม่แพง แต่แพงกว่าไทยแน่นอน ได้แค่แซนด์วิชก้อนเดียว เครื่องบินที่บินไป machester ลำเล็กมากเลย มีที่นั่งแบบ 1 2 คือแถวนึงมี 3 ตัวเองแบ่งเป็น 1 กับ 2 พอไปถึง manchester แล้วก็กระเป๋าหูจับพังไปเลย ระหว่างที่รอกระเป๋าอยู่ก็มีพี่ไปรับเลย เร็วดีจัง
เดี๋ยวค่อยเล่าเรื่องโรงเรียน ตอนนี้เล่นเนทในหอพักอยู่ ความเร็ว 5Mbps หาอะไรใหญ่ๆโหลดอยู่ บรรยากาศที่นี่ก็ ok เลย ไว้หายมึนจะมาเขียนใหม่
ข้อคิดเล็กๆน้อยๆ
1. ถ้าขี้เกียจแบกกระเป๋าใหญ่ ก็ทำเป็นลืมๆ แล้วก็ไปเคลมกระเป๋าปลายทาง ใส่ชื่อที่อยู่ให้มันแบกมาให้เราเองได้ 555 แค่รอ flight ต่อไปเอง ไม่ต้องแบกไปมาในสนามบิน ไม่ต้องผ่าน custom ไม่ต้องขนกลับบ้านเองด้วย
2. ระบบจองตั๋วใหม่ rebooking มันสะดวกมาก ไม่ว่าจะตกเครื่อง domino แบบเราคือ flight แรกช้า flight สองตกสามตกสี่ตกห้าตก...ตกตกตกตก ก็ไม่เป็นไร มันก็จะจัด flight ใหม่ให้เราเอง ไม่เสียตัง เผลอๆจะถึงที่หมายเร็วกว่าเดิมแบบเรา ฮาๆ โชคดีจริง แล้วถ้ายิ่งเป็น domestic ในเมกาแล้ว สายการบินที่จะไปเมืองๆหนึ่งมันไปได้หลายทางมาก เขาก็จะคิดเส้นทางใหม่ให้เอง แต่อย่าตก flight จาก la กลับไทยหละ... ต้องรอสองวันเลยอันนี้
3. ถ้ามาสนามบิน LAX ดูให้แน่ใจว่าต้องเปลี่ยน terminal รึเปล่า ถ้าต้อง เตรียมตัวเตรียมใจวิ่งสองรอบหนามจุ๊บได้เลย เตรียมเวลาเผื่อไว้สำหรับตอนรอกระเป๋า และ chekin เยอะๆหละ August 03 วันที่รอคอย(นะ)วันนี้เป็นวันไหว้ครู แต่เป็นวันที่ตรงกับค่ายพอดี แต่ก็เป็นวันนัดวีซ่า แต่ก็เป็นวันพฤหัส แต่ก็เป็นธรรมดา แต่ก็เป็นวันที่ดี
จะเล่าให้ฟังนะ แต่เป็น space ที่ไม่มีใครอ่านเท่าไหร่จริงๆ ก็ไม่รู้ดิ เขียนทำไมแต่ก็นะ
วันนี้ตื่นมาก็กินข้าวต้มไม่หมด เพราะกินช้าเกิน ต้องรีบออกเดี๋ยวไปสถานทูตไม่ทัน เตรียมเอกสารกันวุ่นวายมาก เราทำวีซ่าสองประเภทด้วย พอถึงฐานทูด ก็ต่อคิวหน้าสถานฑูตเพื่อตรวจเอกสาร เยอะแยะมากมาย แล้วก็ไปรับบัตรคิว ได้ 041 เออ ก่อนหน้านี้มีเจ้าหน้าที่ถามว่าจะสัมภาษณ์ภาษาอะไร แน่นอนภาษาแม่ผมซิครับ รอคิวนานใช้ได้ คิวโดดไปโดดมา 42,43,45,46,30,31,40,48,... แล้วอยู่ดีๆ 41 ก็โผล่มา ก็เดินไปสัมภาษณ์ ที่ไหนได้เจอฝรั่ง ไปพูดๆอยู่นานเลย เพราะเขาบอกว่าทำ 2 อัน is not neccessary เราก็ไปพูดๆเถียงๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งสองวีซ่า ไม่งั้นเราไปแข่งแล้วจะเด้ง ถูกบังคับให้ไปเรียนต่อเลย กลับไทยไม่ได้ ทำวีซ่าเสร็จก็ไปจุฬาซื้อเครื่องเขียนที่ศูนย์หนังสือจุฬา เยอะพอควร มีปากกา 12 ด้าม ดินสอ 2b 12 แท่ง ดินสอธรรมดา 12 แท่ง ยางลบสี่ก้อน ไม่บรรทัดสองอัน กาว ลิควิดสองแท่ง สันปก 5 อัน และอีกมากมาย แล้วก็ไปกินข้าวข้างบน ไปเจอเพื่อนเด็กโอ มีสุขุม มิลค์ แฮม ไปพูดๆ แล้วถูกไซโคกลับมาด้วยคำว่าทอง มื้อกลางวันก็กินไม่หมดเหมือนกัน (กินช้าหงะ) กินไม่ทัน แล้วก็ไปหอประชุมเลย เข้าไปนั่งๆ เห็นเพื่อนๆถือพาน และรับบัตร เปลี่ยนไปกันเยอะนะ
หลังจากเสร็จงาน ก็ไป Kobe ตอนเย็นๆแล้วหละ ยัดเข้าไปในห้องห้องเดียวเกือบ ยี่สิบคน จิ โส หยาด ริช เนท เมษ์ หงส์ มิ้น หน่อง เงาะ พูมพัด พัดดิด นิก ป๊อม สุบสอน ปีแสง พัดพอน และปานจันทร์ช่างกล้อง ถ้าบอกว่าจะเลี้ยงเรา เราจะสั่งโกเบไปแล้ว(900 บาท) ไม่ยอมบอกกันตั้งแต่แรก อืม เลยได้ซาบะมาแทน แล้วก็สั่งน้ำมะนาว เพราะจะโด้บวิตามินซี ช่วงนี้เพิ่งหายจากหวัด เลยต้องโด้บ แล้วพูมพัดก็สั่งตามเหมือนเคย 555 ไม่อร่อยอะดิ กินไป ฟังพวกจุฬาพูดกัน ไม่รู้เรื่องเลย พงศ์มนัสก็มาด้วยมุกเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย ปีแสงก็แนวเหลือเกิน แว่นขอบล่าง ... จิ เอ่อ หัวปีแสงบัง เราเลยไม่ค่อยเห็น โก้ ก็เมาชาเขียว พูดไม่หยุดเลยอะ รู้สึกจะติดใจเรื่อง เสื่อมๆทั้งหลาย และวาร์กเกอร์เกย์ โสภณาพอไม่อยู่กับจิ๊บแล้วรู้สึกแปลกนะๆ เหมือนขาดอะไรบางอย่าง แต่ไม่อยู่ด้วยกันตั้งนานแล้วใช่มะ อลิสาก็เป็นโมนาลิซ่าเลย เนทก็คงพอรู้ว่า โกเบเป็นฝีมือใคร เนทก็ไม่ค่อยเปลี่ยนนะ อาจจะเพราะเห็นบ่อยที่สุด เมพูดเยอะขึ้น(เมาป่าว) หงๆ เหมือนเดิมเลยนั่งมองไปมองมา 555 มิ้นก็เล่นอะไรแบบปังยาาอ่องไปเรื่อง กับเงาะสองคน พอกัน หน่องก็always(เสริม)หล่อ พูมพัดก็เงียบๆสั่งตามอีกแล้ว+มาไซโคเราด้วย เหมือนจะเก็บกดมาจากวิศวะเลยนะ หุหุ พัดดิดได้ข่าวว่า pop นิ น่าจะเอาแฟนคลับมานั่งเชียร์ด้วยนะ นิค ก็นั่งเงียบพอๆกับเรา เพราะเป็นคนนอกจุฬาแล้ว ครบยัง มีปานจันทร์มาวนเวียนถ่ายรูปให้ อืม แล้วเงาะก็โหดมาก และขอหลอดร้านมาเล่นอะไรปัญญาอ่อน เหมือนดารีเลย
พอเลิกแล้ว ก็แยกย้ายกันไปหมด เลยเดินออกไปส่งอลิสากับป๊อมแหง เอ่อ ลืมบอก ใครให้ตังเรามาสองบาทนะ เราแอบใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อพงศ์มนัสแล้วอะ
เขียนแค่นี้ก่อนนะ ค่อยอัพเดดอีกที เนื่องจากวันนี้มีแต่ความงง พูดไรกัน ผมไม่รู้เรื่องครับ
June 12 เที่ยวญี่ปุ่นเที่ยวญี่ปุ่นมา เมื่อ 12-21 may นะ
เรื่องเที่ยวค่อยพูดทีหลัง พูดถึงเด็กญี่ปุ่นก่อน
เริ่มจากเด็กผู้หญิงประถม วิธีสังเกตุ
กระโปงจะยาวเลยเข่าจนเกือบถึงขา หน้าตาเด็กๆ สีผมดำ
เด็กม.ต้น
กระโปงจะถูกถกสูงขึ้นมาบริเวณเข่า เริ่มมีสีเหลืองท่ามกลางสีดำ
เด็กม.ปลาย
กระโปงจะอยู่สูงแนวเดียวกับกางเกงใน มีถุงเท้าทบไปทบมาทบไปทบมาทบไปทบมา เป็นเท้าช้าง และสีผมเริ่มเป็นจุดดำท่ามกลางเหลือง
มันช่างเยี่ยมอะไรปานนี้
ผู้ชายเหมือนกันหมด ไม่มีอะไรแบ่งแยก ยกเว้น ยิ่งโตผมจะยิ่งกระเซิง เสื้อเป็นคอกลมปกตั้ง ที่เคยเห็นๆกันอะนะ
และจะเห็นกลุ่มนักเรียนทัศนศึกษาได้ทั่วญี่ปุ่น ตั้งแต่ วัดที่ kyoto สวนสาธารณะ สถานีรถไฟ disneyland, disneysea, universal studio ทุกอย่างในวันธรรมดาเวลาเรียน
และคนญี่ปุ่นไม่พูดอังกฤษ ถึงจะถามเป็นภาษาอังกฤษไปเขาก็ตอบเป็นญี่ปุ่น ตอบได้เรื่อยๆ ไม่ว่าจะป้อนคำถามอะไรไป ก็จะตอบมาเป็นญี่ปุ่น (ไม่รู้ตอบทำเพื่อ??)
คนญี่ปุ่นชอบสีดำมั่กๆ
เราไป hiroshima เห็นงานแต่งงาน มีแต่คนใส่สูตดำ จริงๆสูตก็ไม่แปลกที่สีดำ แต่กิโมโน มันก็ยั้งจะใส่ดำมากันหมด ซึ่งปกติเราไม่เคยเห็นกิโมโนสีดำเลย ปกติจะสีสันเยอะ ไม่คิดว่าจะเจอสีดำในงานแต่งงาน
จากการจัดอันดับ cost of living
อันดับ 1 tokyo japan 2 osaka japan สองอันดับแรกอยู่ในญี่ปุ่นหมดเลย
ส่วนกรุงเทพเราอยู่อันดับ 125
อาหารมื้อนึงกินร้านข้างทาง อย่างต่ำ 100 บาท
กินร้านอาหารดีขึ้นมาอีกนิด ก็ประมาณ sizzler
ถ้ากินร้านอาหารดีๆ หนึ่งคนก็ประมาณ shangarila 4 คน
เรื่องค่าที่พักไม่ต้องพูดถึง แพงงงๆๆ
นี่เป็นเหตุผลที่ต้องเอามาม่าไป ... แต่เอาเข้าจริงไม่ค่อยได้กินเลย
ของที่น่าซื้อมี พวกเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และของในร้านร้อยเยน
ของที่ไม่ควรซื้อมี หมวกมิกกี้เมาส์ พัดลมรูปการ์ตูน สารพัดของกุ๊กกิ๊ก (และสารเคมี x)
ยังไม่ได้พูดเรื่องเที่ยวเลยแฮะ
ชั่งเหอะ ... 2b continue
May 07 เครื่องจักรที่ทำงานได้ตลอดกาลเครื่องจักรในอุดมคติ ที่ทำงานได้ตลอดกาล
Perpetual Motion Machine
ตัวอย่างแรก
(รูปจาก vcharkarn.com)ดูลูกกลิ้งฝั่งซ้ายและขวา ฝั่งขวามีจำนวนลูกกลิ้งมากกว่า ทำให้น้ำหนักมากกว่า และดึงเชือกทั้งหมดให้เคลื่อนที่ตลอดไป
คำถาม : อะไรทำให้มันทำงานไม่ได้
ตอบ : ถ้าแตกแรงธรรมดา จะรู้ว่าแรงดึงลงทั้งสองข้าง เท่ากัน
สรุป : มันจะหยุดนิ่ง ไม่เคลื่อนที่
ตัวอย่างที่สอง
Overbalanced Wheelดูจากรูปจะเห็นว่า ลูกกลมๆด้านขวา ยื่นห่างออกจากแกนมากกว่าด้านซ้าย ทำให้มี โมเมนตามมากกว่าทวนและทำให้ล้อนี้หมุนตามเข็มนาฬิกา
คำถาม : จริงหรอ
ตอบ : ....
ตัวอย่างที่สาม
![]() มีแม่หลักใหญ่วางอยู่บนแท่น พร้อมกับลูกกลิ้งแม่เหล็กที่จะถูกดูดขึ้นไป เมื่อถึงจุดสูงสุดก็จะตกลงไปในรู และกลิ้งกลับลงมาใหม่ หลังจากนั้นก็จะถูกดูดขึ้นไปอีกครั้ง
คำถาม : ง่ายขนาดนั้นเลย?
ตอบ : ...
ทุกรูปแบบที่กล่าวมา ถูกพิสูจน์ว่าล้มเหลวด้วยหลักการเดียวกัน
อย่างแรกง่ายๆคือ พลังงานที่ปล่อยออก ไม่มีทางมากกว่าหรือเท่ากับ พลังงานที่ป้อนให้ เนื่องจากไม่มีเครื่องจักรใดมีประสิทธิภาพ 100%
ถ้าไม่จริง เราก็เอา motor มาปั่นไดนาโม จ่ายไฟให้ motor ได้แล้วหนะซิ
อย่างที่สองคือ thermodynamic งานที่ให้ต้องเท่ากับงานที่กระทำ+ความร้อนหรือพลังงานรูปแบบอื่นที่เสียไปกับประสิทธิภาพของเครื่องจักรนั้น และเครื่องจักรจะละเมิดกฎ thermodynamic ไม่ข้อ 1 ก็ 2 หรือทั้งคู่
สรุปแล้วทั้งหมดก็ถูกจัดอยู่ใน unworkable ยกเว้นแต่จะมีพลังงานธรรมชาติที่สามารถนำมาใช้ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้อาจจะพบ perpetual motion machine จริงๆก็เป็นได้
May 05 Imperial Queen's Park <- อะไรเอ๋ยมันคือชื่อโรงแรม ที่จัดงานประกาศผลและอาหารฟรี
(ใครไม่ได้อยู่ค่ายคอม จะงงๆหน่อย ถึงขั้นอ่านไม่รู้เรื่อง)
วันนี้ประกาศผลคัดเลือก กะว่าจะเข้าไปตอนงานเริ่มแล้ว เด่นดี แต่แม่ไม่เอาด้วย เลยต้องไปเร็ว ไปถึงก็ดันถึงเร็วเกินอีก ก็เดินไปเดินมา คุยกับเพื่อนในค่าย แล้วก็ไปนั่งข้างในกับเด็กหัวเกรียน เด็กคนนี้บ้าๆนิดหน่อย โรคจิตๆ แต่ได้เป็นตัวแทนตั้งแต่ ม.4 (ใช่มั้ง) แฟนก็หาไม่ได้ เพราะโรงเรียนมีแต่ชาย หลังจากมากันพอประมาณแล้ว ก็เริ่มงาน
เริ่มด้วย ตัวแทนฟิสิกส์เอเชียขึ้นมาพูดๆ ดูหน้าตาแต่ละคน น่ากลัว ประมาณว่าถ้าพูดเรื่องการเมืองไป คงตอบกลับมาเป็นสมการฟิสิกส์ควอนตัม แถวๆนั้น เอาเหอะๆ พวกนั้นเก่งจริงๆ มีรุ่นน้องโรงเรียนเราด้วย กษิดิศ หลังจากพูดจบแล้ว ถึงเวลาฟังผลตัวแทนแล้ว
เริ่มด้วย ตัวแทนเลขโอ เพื่อนเรา ธีระเดช ได้ไปหนึ่งแล้ว ต้องเผาก่อน คนนี้ชอบแอบอยู่ตามตึกโทรคุยกับแฟนตอนอยู่ค่ายที่ สสวท. พอเดินเข้าไปหา มันก็ไล่ๆเราออกมา เพราะกลัวกิ๊กเก่าที่โรงเรียนรู้ (มั้ง) จริงๆกลัวขอบเขตความเป็นส่วนตัวจะถูกรุกราน เอาเหอะ แล้วก็มี เมษ์กะยอด อีกสองคน + ทุนคิงด้วย บ้าพลังจัด อีกสองคนไม่รู้จัก
ต่อมาถึงคอมแล้ว !!! (ต้องแฉทีละคน)
นางสาวพิชญา ญา ญา..ๆๆ ยินดีด้วย ผู้หญิงคนแรก ค่ายคอมคึกแล้ววุ้ย แต่อาจจะต้องอยู่หอคนเดียวนะเนี้ย
คนนี้มีเพื่อนเป็นเจ้าแม่ นอกจากจะเขียนโปรแกรมเก่งแล้ว ยังเล่นปิงปองเก่งด้วย พูดถึงเจ้าแม่ น่ากลัวโคดๆ ชอบเปิดบ่อน ทำให้เราต้องไปเล่นด้วย (อาจารย์ ก็ด้วย) กลับมาเรื่อง นส พิชาญ่าๆๆ..ๆๆ ชื่อเล่นคือ แมงปอ แบบไม่มี ล.ลิง นอกจากที่พูดมาแล้วยังเป็นเจ้าแม่โวโรนอยไดอะแกรมด้วย (Voronoi) รู้สึกตอนสสวท จะมานั่งอธิบายให้คนอื่นฟัง ออกแนวไซโคๆ หน่อยๆ
คนต่อมา นายภูมิชนิตย์... (เด็กไซโค เยี่ยม) คนนี้โรคจิตของจริง มีของเล่นคือ Mathematica ว่างๆก็นั่งทำโจทย์เลข ไม่ก็เตรียมทุนคิงตามพี่ ... รู้สึกว่าจะดีเกินไปแล้ว จริงๆไม่หรอก ว่างๆ redalert ว่างๆ starcraft ส่วนเรื่องความสามารถก็เก่งอีกคน มักใช้ความ(เยี่ยม)แก้โจทย์ คะแนนสอบก็พุ่งๆ นอกจากนี้ งานอดิเรกคือ ทำตัวให้ถูกด่าว่าเด็กไซโค (อาจจะเป็นจริง โปรดใช้วิจารณญาณ) แค่ท่าเดินก็ไซโคแล้ว
ข้ามไปคนที่สี่เลยครับ คนที่สามพูดแล้วดู๋เกิน
ก่อนประกาศคนสุดท้าย จะเหลือคนตื่นเต้นแค่สองคน เพราะเรียงตามอักษร lexicographic (มักพบคำนี้ในโจทย์คอม)
เหลือสอง ส. คือ สุคลศักดิ์ และ สุขุม บอกเลยดีกว่า จะได้ไม่ตื่นเต้น คนที่ได้คือ เด็กหัวเกรียนคนเมื่อกี๊ครับ
คนนี้ได้เป็นตัวแทนมาแล้ว และได้เหรียญเงิน มาแล้วจาก ioi2005 ลักษณะนิสัย ชอบดุผู้หญิง (ฟังมาจากแม่เขา) แล้วก็ไม่ค่อยพูด ถ้าไปนั่งด้วยแล้วไม่รู้จักกัน จะเกิดภาวะสูญญากาศทันที คนนี้มี boy friend ด้วย ชื่อ top 555 กี้ ซวยแล้ว โดนแฉ คนนี้เขียนโปรแกรมเร็วจัดๆ ประมาณว่าเห็นโจทย์อินเดียเป็นเกมฝึกพิมพ์ นอกจากเก่งด้านวิชาการแล้ว มันยังเล่น prism เก่งอีกด้วย
หลังจากรู้ผลแล้ว ปีนี้โรงเรียนเราได้ 3 คนเลย ดีใจๆ
แล้วก็กินข้าว ออร์เดิร์ฟยังไม่ได้กิน(กินไม่ทัน) พนักงานเก็บกลับไปก่อน อาหารรสชาติธรรมดาๆ ก่อนจะกลับได้ถ่ายรูป สุขุมกับมิลค์ คู่กันได้ด้วย นั่งหามุมอยู่ตั้งนาน แต่จริงๆสุดท้ายมี presenter o-plus มาเป็น กขค.
การพูดโกหกที่เป็นความจริงนิยามของคำว่าโกหก คือพูดไม่ตรงความจริง หรือ พูดเพื่อให้เข้าใจคลาดเคลื่อน
เรื่องมีอยู่ว่า
มีเด็กคนนึงติด msn มาก และต้องเล่นตอนกลางคืน เพราะตอนกลางคืนคนออนเยอะ เขาเล่นเลยไปถึงตี 1 ถึงได้เข้านอน วันต่อมาก็เล่นอีก แต่ครั้งนี้เล่นไปถึงตี 3 เลยเพราะกิ๊กออนด้วย เลยต้องยืดยาว ทำให้เขาตื่นสาย เช้ามาก็โดนแม่ว่า และถามเขาว่า เมื่อวานลูกนอนกี่โมง? เขาก็ตอบไปว่า ตี 1 เองครับ
ดูๆไปแล้วเขาก็ไม่ได้โกหก เพราะวันนี้เขานอนตอนตี 3 แต่เมื่อวานนอนตอนตี 1 จริงๆ(หลังเที่ยงคืนมันเปลี่ยนวันนี่นา) แต่ก็รู้ทั้งรู้ว่า แม่ต้องการคำตอบของครั้งล่าสุดที่นอนคือ ตี 3 ไม่ใช่ ตี 1
... ... May 04 เขียนบล๊อกๆบล๊อกมีไว้เขียนอะไร?
บล๊อกมีไว้ให้ใครอ่าน?
เอ้ะ....
ไม่สน เราจะเขียน รู้ละ เดี๋ยวไปทำเว็บ link blog ในเว็บรุ่นดีกว่า ฮ้าๆ
และแล้วผล prep school ของเราก็ออก(คือโรงเรียนที่เราต้องไปซ้ำชั้นที่อเมริกา) นั่นคือ the hill school ดูจากชื่อแล้วก็พอจะรู้ว่าอยู่บนเนินเขา แต่ไม่ใช่ behind the hill school นะ - - เมืองนี้เพรียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีมากมาย อาทิเช่น โรงงานนิวเคลียร์ ที่พร้อมจะแปลงสิ่งมีชีวิตให้กลายเป็นผุยผง จริงๆแล้วมันก็ไม่มีอะไรน่ากลัว แต่ดูท่าทางแล้วเจ๋งดี น่าหนุก บางทีอาจจะ mutate กลับมาก็ได้ เราได้ไปอ่านเว็บบอร์ดของ ts48 (บอร์ด thai scholar รุ่น 48) แล้วก็ไปอ่านกระทู้ของรุ่นพี่ (Maccopolo) ที่อยู่ the hill ได้มาหลายเรื่อง เรื่องแรกคือ เราจะได้อยู่หอชื่อว่า foster (ชื่อไอติม) จะมีเด็กฝรั่งเดินไปเดินมา ชอบมาเปิดประตูแล้วก็เข้ามาร้องเพลง นินทาอาจารย์ และ มาหาของกิน แล้วก็จะมี dress code ของโรงเรียน คือป้าย barcode เพื่อบอกราคาว่าเสื้อนี้ราคาเท่าไหร่ - - เอ้ะ..ไม่ใช่ละ จริงๆคือการแต่งตัวของโรงเรียนคล้ายๆชุดนักเรียน แต่เป็นแค่ระเบียบการแต่งกาย มันก็จะแบ่งๆไปตามฤดู ก็จะมี เสื้อเชิต ไท เสื้อนอก ถ้าเป็นสปริงผู้หญิงเหมือนจะใส่เตะได้ เรื่องอาหารการกินคิดว่าคงจะเบื่อภายใน2สัปดาห์อะ ลักษณะอาคารจะเหมือนเป็นบ้านๆ มากกว่า มีหลายหลัง แล้วก็คอมที่โน้นต้องใช้ license ด้วยซิ ทำไงดีๆ เครื่องเรามันของปลอมทั้งเครื่องเลย ยกเว้น msn ที่ไปโหลดมา (ดีนะที่ msn ไม่ดัก windows genuine) ไม่งั้น msn เราคงไปหาโหลดเถื่อนมาด้วยเหมือนกัน แต่เอาเถอะ โปรแกรมในเครื่องเราแผ่นจริงก็ราคาแสนกว่าแล้ว แต่วันนั้นได้คุยกับพี่ พี่ก็ให้คุยกับเพื่อนเขาอีกทีนึง บอกว่าพอมีหนทางที่จะไม่ต้องใช้ license ได้ แต่ว่ามาคิดดูอีกที อาจจะทำ license ก่อนไปก็ได้ แต่ราคาคงประมาณเกือบ 2 หมื่น(ได้แค่ windows กับ office ด้วย) ที่เศร้าคือไม่มีกีฬาที่เราชอบเล่นเลย เด็กเมกันไม่ค่อยเล่นพวกที่เอเชียเล่น เช่น แบด ปิงปอง ขอให้ที่โน้นมีเปียโนเถอะ อยากเล่น ถ้าไม่ได้เล่นเดี๋ยวกลับมาเล่นไม่เป็นพอดี ตอนนี้กำลังเล่น canon rearrangement ของ fabrizio ferrari เราอุตส่าหน้าด้านเมล์ไปขอคน arrange ด้วยราคา 3 เหรียญ โน้ตค่อนข้างเยอะยั่วเยี่ย เป็นเวอร์ชั่นที่โน้ตเยอะที่สุดเท่าที่เคยได้เห็นมา มันเป็นเวอร์ชั่นแปลงมาตรงๆจาก canon จริง
จบแค่นี้ก่อนดีกว่า
ใครกำลังอิจฉาเราอยู่ เชิญได้ที่โรงงานนิวเคลียร์ May 02 จบ ค่ายเมาโคอลวนยิชิเปเมาโคอลวนยิชิเป เป็นฝีมือ anagram ของอ.นารูโตะ จริงๆแล้วคือ ค่ายเยาวชนโอลิมปิค
โจทย์ที่ยากที่สุดในค่ายคือ จะทำอะไรกับสมองแก้ว?
วันสุดท้ายเจ๋งโคด เล่นปิงปองถึงตีสอง + ได้เห็นอ๊อบตบอัดเด็ก |
|
|